อาหาร 15 ชนิด ที่ไม่ควรแช่เก็บในตู้เย็น แย่แล้วเกิดผลเสียมากกว่าผลดี

บทความก่อนหน้าเราพูดถึง ผลไม้ที่ไม่ควรนำมาเป็นของไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ทราบกันไป ในบทความนี้เราจะมาแนะนำอาหารที่ไม่ควรแย่ตู้เย็น การแช่อาหารในตู้เย็น ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด พืช ผัก ผลไม้ เนย นม หลายคนอาจเข้าใจว่าการแช่อาหารในตู้เย็น คือการช่วยยืดอายุการจัดเก็บอาหารทุกสิ่งทุกอย่างได้ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ความเย็น ช่วยรักษาคุณภาพของอาหารไว้ได้ แต่ไม่ใช่กับอาหารทุกชนิด เพราะยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่ไม่ควรแช่ในตู้เย็นเลย ซึ่งทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปดูกันว่ามีอาหารชนิดใดบ้างที่ไม่ควรนำมาแช่ในตู้เย็น !

อาหาร 15 ชนิด ที่ไม่ควรแช่เก็บในตู้เย็น

  1. มันฝรั่ง

ถ้านำมันฝรั่งไปแช่ตู้เย็น ความหนาวเย็นจะทำให้แป้งในมันฝรั่งกลายเป็นเนื้อทราย รวมถึงสูญเสียรสหวานไป ทำให้มันฝรั่งเสียรสชาติที่ดี ดังนั้นควรเก็บมันฝรั่งไว้ในถุงกระดาษ และเก็บไว้ในที่ที่แห้ง และเย็น หรือเก็บไว้ในลิ้นชักจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

  1. หอมหัวใหญ่

หัวหอมที่ยังไม่ได้ปอกเปลือกหรือหั่น ไม่ควรนำไปแช่เย็น เนื่องจากความชื้นในตู้เย็นจะทำให้เน่าเสียได้ง่าย เกิดรา นิ่ม เละ และนอกจากนี้เนื้อของหอมหัวใหญ่จะเหี่ยว และไม่กรอบเหมือนใหม่ ทั้งนี้กลิ่นของมันจะทำให้อาหารอื่นมีกลิ่นตามไปด้วย ดังนั้นการเก็บควรไว้ในถุงกระดาษที่มืด และเย็นหรือเก็บในลิ้นชัก ในส่วนหัวที่หั่นแล้วก็ใส่ในถุงเก็บไว้ในช่องเก็บผักได้

  1. มะเขือเทศ

การนำมะเขือเทศไปแช่ตู้เย็น จะทำให้มะเขือเทศเสียรสชาติ จนในที่สุดมะเขือเทศจะสุกงอม และเหี่ยวในเวลาอันรวดเร็ว ดังนั้นเก็บมะเขือเทศไว้ด้านนอกที่แห้ง และห่างจากแสงแดดจะเหมาะสมกว่า

  1. กระเทียม

การนำกระเทียมไปแช่ไว้ในตู้เย็น จะทำให้กระเทียมงอกเป็นต้นขึ้นมา และขึ้นราได้ง่าย แถมยังทำให้เนื้อของกระเทียมนั้นหดเร็วขึ้นด้วย แนะนำให้เอาไว้ในที่โปร่งแสง แห้ง เย็น อากาศถ่ายเทสะดวกหรือจะใส่ไว้ในตะกร้าในครัวก็ได้เช่นกัน

  1. ฟักทอง

การเก็บผักผลไม้สดอย่างฟักทอง ต้องเก็บไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้ดี เน้นพื้นที่แห้ง ๆ ไม่โดนแดด ไม่ร้อนอบ จึงจะช่วยยืดอายุฟักทองได้ดี ดังนั้นไม่จำเป็นต้องแช่ในตู้เย็นเลย เพราะทำให้เสียรสชาติ และเกิดเป็นเชื้อรา เน่าเสียง่ายกว่าเดิม

  1. ใบกระเพรา ใบโหระพา

ใบกระเพรา ใบโหระพา ไม่ควรนำไปแช่ตู้เย็น เพราะจะทำให้ใบกระเพรา ใบโหระพาแห้ง และเหี่ยวไว ไม่เพียงเท่านั้นเพราะมันยังดูดซับกลิ่นจากตู้เย็นเข้ามาไว้ในตัว ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะนำไปประกอบอาหารอีกไม่ได้

  1. ขนมปัง

การเก็บขนมปังไว้ในตู้เย็น จะทำให้เนื้อสัมผัสของขนมปังนุ่ม ๆ แข็ง แห้ง หยาบกร้านมากขึ้น จนไม่น่ารับประทานเลย ดังนั้นเก็บไว้นอกตู้เย็นจะได้ขนมปังที่รสชาติดีกว่า หรือหากว่าคุณมีขนมปังจำนวนมากสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ โดยใช้ผ้าขาวบางห่อก่อนที่จะนำไปแช่ หรือบรรจุขนมปังทีละแผ่นลงถุงซิป แล้วใส่ในช่องแช่แข็ง

  1. แตงโม

การนำแตงโมทั้งผลใหญ่ไปแช่ตู้เย็น หรือที่เย็นเกินไป จะทำให้น้ำในผลแตงโมมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้โมเลกุลของน้ำเบียดกัน และทำลายเนื้อเยื่อของแตงโม ทำให้เนื้อช้ำ เละไม่น่ารับประทาน หรือถ้าตู้เย็นที่มีความเย็นมาก ๆ ผลแตงโมอาจจะปริแตกได้ นอกจากนี้หลังการเก็บเกี่ยวสารต้านอนุมูลอิสระยังถูกผลิตขึ้นเรื่อย ๆ ในเนื้อแตงโมที่สภาวะอุณหภูมิห้อง แต่ถ้านำไปใส่ตู้เย็นก็จะผลิตได้น้อยลง แต่ถ้าหั่นแล้วสามารถนำไปแช่ตู้เย็นได้

  1. แอปเปิล

แอปเปิลสามารถอยู่ได้ที่อุณหภูมิห้องได้หลายวัน เพราะเปลือกด้านนอกเป็นแว็กซ์ช่วยป้องกันแบคทีเรียได้ แต่เพื่อป้องกันการสุกมากเกินไปควรห่อกระดาษทีละลูกแล้ววางไว้ในที่แห้ง พ้นแสงแดด ก็ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็นแล้ว แต่ถ้าหากอยากจะรับประทานให้ได้รสชาติหวานเย็น ก็เพียงปอกแล้วนำไปแช่ตู้เย็นก่อนรับประทานสัก 30 นาที

side view green and red apples on a beige napkin on a green background

  1. ส้ม

การเก็บรักษาส้ม ไม่ควรเก็บส้มไว้ในตู้เย็น แต่ควรวางไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ โดยใส่ถุง และมัดปากถุงให้แน่น เนื่องจากเมื่อเก็บส้มไว้ในตู้เย็น ซึ่งเสี่ยงที่จะเป็นเชื้อราได้ง่าย

  1. เมลอน

การเก็บรักษาเมล่อน เพื่อรักษาระดับของสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งความนุ่ม หอมหวาน ฉ่ำของเนื้อเมล่อน ควรเก็บแบบวางไว้ข้างนอกตู้เย็นก่อน เพราะหลังจากการเก็บเกี่ยวเมื่อเวลาผ่านไปเมล่อนจากเนื้อกรอบ ๆ จะเริ่มสุก และมีความนุ่มของเนื้อภายใน รวมทั้งหอม และหวานฉ่ำมากขึ้นด้วย จึงไม่ควรแช่เมล่อนในตู้เย็นทันที และเมื่อหั่นเป็นชิ้นก็ควรเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 3-4 วัน

  1. น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาในตู้เย็น เพราะถ้าเก็บน้ำผึ้งไว้ในตู้เย็น จะทำให้น้ำผึ้งหนืดเร็วขึ้น เทยาก ตกผลึกแข็ง และจับตัวเป็นก้อนเมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่หนาวเย็น ดังนั้นเพียงแค่ตั้งขวดน้ำผึ้งไว้นอกตู้เย็น และเก็บให้พ้นแสงแดด ในอุณหภูมิห้องปกติ จะได้เก็บสารให้ความหวานตามธรรมชาตินี้ได้อย่างสมบูรณ์

  1. กาแฟ

กาแฟคั่วบดหรือเมล็ดกาแฟคั่วที่มีความแห้ง ทำให้สามารถดูดความชื้นเข้ามาในตัวเองได้ดี ถึงแม้เราจะเก็บใส่ภาชนะที่บรรจุสนิทแล้ว ก็ยังสามารถส่งผลเกิดความชื้น และเป็นต้นเหตุของเชื้อรา อีดทั้งยังสามารถดูดกลิ่นต่าง ๆ จากตู้เย็น ซึ่งเป็นแหล่งรวมของอาหารนานาชนิดเข้ามาในตัวอีก ทำให้กลิ่นหอมของกาแฟก็สูญเสียไป และมีกลิ่นที่ไม่น่าดื่ม ดังนั้นควรเก็บรักษากาแฟในที่แห้งสนิท อากาศเข้าไม่ได้ หรือใส่สารดูดความชื้นไว้ โดยไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็น

  1. แอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดรวมถึงเหล้าที่ไว้หมักเนื้อสัตว์ต่าง ๆ หรือปรุงอาหาร ไม่ควรนำเหล้าไปแช่ตู้เย็น เพราะสี และรสชาติเปลี่ยนไปแน่นอน ควรวางไว้ที่อุณหภูมิห้องปกติ แต่ถ้าเป็นวอดก้า และจินโทนิคสามารถแช่ไว้ในตู้เย็นได้ เนื่องจากมีน้ำเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่

  1. ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก

ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็น เนื่องจากมีน้ำส้มสายชูจำนวนมากที่ป้องกันการเติบโตของแบคทีเรียอยู่แล้ว แต่ถ้าเอาไปแช่ตู้เย็น เนื้อของซอสมักจะข้นหนืดขึ้น จะเทออกมาใช้งานก็ยาก อีกทั้งขวดซอสเผ็ดที่แช่เย็นแล้วถูกเปิดออกเมื่อต้องการใช้งาน ยังมีโอกาสที่เนื้อสัมผัสผิวหน้าของหน้าซอสจะมีหยดน้ำมาเกาะ ดังนั้นควรเก็บให้อยู่ในตู้กับข้าวก็พอแล้ว

The board’s tomato sauce

ทั้งหมดนี้คืออาหารที่ไม่ควรนำมาแช่เก็บในตู้เย็น ดังนั้นเมื่อทราบแล้วว่ามีอาหารอะไรบ้าง อย่าลืมไปเช็คในตู้เย็นกันนะคะว่าในตู้เย็นของคุณมีอาหารเหล่านี้หรือเปล่า ทั้งนี้เพื่อให้อาหารยังสามารถทานได้ โดยไม่เสียคุณภาพ รสชาติ และกลิ่นค่ะ