5 เมนูน้ำกะทิสด ขนมไทยแสนอร่อย เติมความหวาน รับหน้าร้อน

ขนมไทย เป็นขนมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีสีสันสวยงาม รวมไปถึงมีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน อีกทั้งยังได้รสชาติอร่อยหอมหวาน ซึ่งหนึ่งในส่วนผสมหลักของขนมไทยในหลาย ๆ เมนู คือ กะทิ ที่ได้มาจากมะพร้าว มีรสชาติเค็ม มัน และหอมกรุ่น เมื่อนำมาเป็นส่วนผสมในการทำขนมหวานแล้ว รสชาติ และความหอมมันของกะทิ ก็ยิ่งช่วยชูรสชาติให้ขนมหวานเมนูนั้น ให้มีครบทุกรสชาติอร่อย พร้อมความกลมกล่อมแบบลงตัวที่สุด ซึ่งในวันนี้เราก็มาบอกสูตร 5 เมนูน้ำกะทิสด ขนมไทยแสนอร่อย เติมความหวาน รับหน้าร้อน มาฝากกันค่ะ รับรองว่าอร่อย และทำได้ไม่ยากเลยค่ะ

5 เมนูน้ำกะทิสด ขนมไทย เติมความหวาน รับหน้าร้อน

ลอดช่องน้ำกะทิ

ที่มา: thaicookingws.blogspot.com

ลอดช่องน้ำกะทิ เป็นขนมหวานยอดนิยม เพราะด้วยตัวลอดช่องที่มีลักษณะเรียวเล็ก เนื้อเนียนนุ่ม เคี้ยวเพลิน มีกลิ่นหอมจากใบเตย รสชาติหวานมันจากกะทิที่เคี่ยวผสมกับน้ำตาลปี๊บ เมื่อรับประทานกับน้ำแข็งเพียงเล็กน้อยก็จะรู้สึกเย็นชื่นใจ ใครอยากทานลอดช่องแบบทำเอง ก็สามารถลองนำสูตรนี้ไปทำตามกันได้เลยค่ะ

ส่วนผสมแป้ง

  • แป้งข้าวเจ้า 120 กรัม
  • แป้งมันสำปะหลัง 120 กรัม
  • แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปูนใส 600 มิลลิลิตร
  • ใบเตยหั่นชิ้น 450 กรัม
  • เครื่องลอดช่องอื่น ๆ ตามใจชอบ เช่น ข้าวโพด เผือก

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  • น้ำกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
  • เกลือ ¼ ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำน้ำกะทิเทใส่หม้อขึ้นตั้งไฟกลาง เมื่อเริ่มเดือดให้ใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือ คนให้เข้ากัน
  2. เคี่ยวจนน้ำกะทิใกล้เดือด สักพักแล้วปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้
  3. นำใบเตยใส่โถปั่น พร้อมกับน้ำปูนใส ปั่นจนใบเตยเล็กละเอียด แล้วจึงพักทิ้งไว้
  4. กรองใบเตยให้เหลือแค่น้ำใบเตยเท่านั้น
  5. ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อม ลงในชามผสม
  6. ผสมแป้งทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำใบเตย มาผสมให้เข้ากัน
  7. นำแป้งที่ใส่น้ำใบเตยแล้วขึ้นตั้งไฟอ่อน แล้วเคี่ยวสม่ำเสมอ จนแป้งเริ่มเหนียว และเริ่มสุกจึงปิดไฟ
  8. นำแป้งเทใส่แม่พิมพ์ทำลอดช่อง แล้วจึงหยอดแป้งเป็นช่วง ๆ ให้เป็นเส้นสายแบบลอดช่อง หยอดลงในน้ำเย็นจัด
  9. นำแป้งลอดช่องตักใส่ถ้วย ราดน้ำกะทิ ใส่เครื่องเพิ่มตามต้องการ เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งเพิ่มความอร่อยสดชื่น

 

บัวลอยไข่หวาน

ที่มา: salehere.co.th

บัวลอยไข่หวาน เป็นขนมไทยที่มีรสชาติหวานหอม และมีความนุ่มของไข่ที่นำมาใส่ ซึ่งเป็นการนำของคาว และของหวานมารับประทานรวมกันได้อย่างลงตัว ซึ่งบัวลอยไข่หวาน มีแป้งลูกกลม ๆ สีสันสวยงาม ทานคู่กับน้ำกะทิหวานมันเค็ม ให้รสชาติกลมกล่อม และมีเนื้อแป้งที่เหนียวหนึบเล็กน้อย ซึ่งวันนี้เราก็มีสูตรทำบัวลอยไข่หวานมาฝากกันด้วยค่ะ

ส่วนผสมบัวลอย

  • ดอกอัญชัญ 1 ถ้วย
  • ฟักทองสุก 1 ถ้วย
  • เผือกนึ่งสุก 1 ถ้วย
  • บีทรูท 1 ถ้วย
  • ใบเตย
  • แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย
  • แป้งสาคู 1/2 ถ้วย
  • น้ำเปล่า

ส่วนผสมไข่หวาน

  • ไข่ไก่ หรือ ไข่เป็ด
  • น้ำเปล่า 400 มิลลิลิตร
  • ขิงแก่หั่นแว่น
  • น้ำตาลทราย ½ ถ้วย

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  • กะทิ 2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
  • น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
  • เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำบัวลอย

  1. นำเผือก บีทรูท และฟักทองไปนึ่งจนสุก
  2. นำแป้งข้าวเหนียว และแป้งสาคูมาร่อนผสมกัน จากนั้นแบ่งแป้งที่ผสมแล้วเป็น 4 ส่วนตามสีที่เราต้องการผสม
  3. หั่นใบเตยหอมเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปปั่นกับน้ำเปล่าเล็กน้อย ปั่นใบเตยหอมให้ละเอียด แล้วนำไปกรอง
  4. นำบีทรูทไปนึ่งหรือลวกน้ำร้อนประมาณ 15-20 นาที จะได้น้ำสีแดงจากบีทรูทมา
  5. นำเผือก และฟักทองที่นึ่งสุกแล้วมาแยกบดให้ละเอียด จากนั้นค่อย ๆ เทแป้งที่เตรียมไว้ใส่ลงไป
  6. นวดแป้งกับเนื้อเผือก และฟักทอง ให้เข้ากัน โดยสัดส่วน เนื้อเผือก 1 ถ้วย ให้ใช้แป้งผสม 1/2 ถ้วย
  7. ในขณะนวดเนื้อเผือกกับแป้ง หากรู้สึกว่าแป้งแห้งไป สามารถเติมน้ำได้ทีละน้อย จนกว่าจะนวดได้ที่
  8. นำแป้งส่วนสุดท้ายมาผสมกับน้ำใบเตยหอม โดยค่อย ๆ เทน้ำใบเตยหอมลงไปในถ้วยแป้งที่เหลือ
  9. นวดแป้งกับน้ำใบเตยหอมให้เข้ากัน หากรู้สึกว่าแป้งแห้ง ให้เติมน้ำทีละน้อย จนกว่าจะนวดได้ที่เช่นเดียวกัน
  10. นำน้ำบีทรูทที่ต้มแล้ว ให้นำมานวดเช่นเดียวกันกับการนวดแป้งด้วยน้ำใบเตย
  11. ปั้นแป้งที่นวดเสร็จแล้วเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดเท่ากัน โรยแป้งมันบาง ๆ ให้ทั่ว โดยปั้นแป้งสีเขียวแยกไว้ต่างหาก
  12. ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด และนำแป้งบัวลงไปต้ม ในขณะต้มให้คนเรื่อย ๆ ถ้าเม็ดแป้งลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว
  13. นำกระชอนซ้อนเม็ดแป้งที่ลอยขึ้นมา ตักเม็ดแป้งใส่ในน้ำเย็นเพื่อน็อกไม่ให้เม็ดแป้งสุกจนเกินไป
  14. เมื่อต้มเม็ดแป้งสีต่าง ๆ สุกหมดแล้ว นำเม็ดแป้งสีเขียว และสีแดงลงไปต้ม ทำทุกขั้นตอนที่เหลือเช่นเดียวกัน

วิธีทำไข่หวาน

  1. ต้มน้ำใส่ขิง รอจนเดือดสักพัก และใส่น้ำตาลทรายลงไป
  2. เอาตะแกรงวางลงในหม้อ ตอกไข่ไก่ หรือไข่เป็ดใส่ลงไป รอประมาณ 3-5 นาที จนกว่าไข่สุก และนำมาพักไว้

วิธีทำน้ำกะทิ

  1. นำกะทิใส่หม้อตั้งไฟ คนกะทิเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ต้องให้กะทิเดือด
  2. หากมีเนื้อมะพร้าวให้ใส่เนื้อมะพร้าวลงไป ใส่น้ำตาลหรือน้ำเชื่อม และเกลือลงไปในปริมาณที่เตรียมไว้
  3. เมื่อน้ำกะทิร้อนได้ที่ ให้นำเม็ดบัวลอยที่ลวกแล้วใส่ลงไป ตามด้วยไข่หวานที่ต้มแล้วลงไป
  4. ตั้งหม้อขนมบัวลอยทิ้งไว้สักครู่ ปิดไฟยกลง และตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ เป็นอันเสร็จ พร้อมรับประทานได้

 

กล้วยบวชชี

ที่มา: pholfoodmafia.com

กล้วยบวชชี เป็นขนมหวานชนิดหนึ่งที่คนทั่วไปรู้จักเป็นอย่างดี โดยส่วนประกอบหลักของกล้วยบวชชีประกอบด้วย กล้วยน้ำว้า และน้ำกะทิ โดยใช้กล้วยห่าม ๆ แข็งนิด ๆ จะให้รสชาติหวานหอม ซึ่งทานคู่กะทิที่มีทั้งความมัน และความเค็มนิด ๆ ทานคู่กันให้ความอร่อยแบบลงสุด ๆ ที่สำคัญวิธีทำกล้วยบวชชีก็ง่ายมาก  ๆ ทำตามสูตรนี้ได้เลยค่ะ

ส่วนผสม

  • กล้วยน้ำว้า 8 ลูก (ใช้กล้วยที่ไม่สุกมาก มีความห่าม ๆ )
  • หัวกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • หางกะทิ 300 มิลลิลิตร
  • ใบเตย 2-3 ใบ
  • น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 30 กรัม
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำกล้วยน้ำว้า 8 ลูก ไปนึ่งในน้ำเดือด ประมาณ 3-5 นาที จนกระทั่งผิวของกล้วยเริ่มแตก แล้วปิดไฟ
  2. นำกล้วยออกมาปอกเปลือก หั่นออกเป็นชิ้นพอดีคำ
  3. นำหางกะทิไปต้มในหม้อก่อน แล้วจึงใส่ใบเตยลงไป ขยำ ๆ ก่อนเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น
  4. เมื่อหางกะทิเริ่มเดือดให้ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทรายขาว และเกลือตามลงไป ปรับได้ตามใจชอบ
  5. เมื่อน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือละลายดีแล้วให้ใส่กล้วยที่หั่นไว้ลงไป
  6. เมื่อน้ำหางกะทิเริ่มเดือด ให้ใส่หัวกะทิลงไปผสมกัน คนเบา ๆ และพักทิ้งไว้ให้น้ำกะทิเดือด
  7. กล้วยควรจะยังแข็งนิดหน่อย จากนั้นปิดไฟ ยกลงจากเตา พร้อมนำเสิร์ฟได้เลย

 

ทับทิมกรอบน้ำกะทิ

ที่มา: rosalynth.com

ทับทิมกรอบน้ำกะทิ เป็นขนมหวานที่รับประทานได้ทุกฤดูกาล เป็นที่นิยมมากที่สุดในฤดูร้อน ด้วยเนื้อสัมผัสหนึบ ๆ ที่ห่อความกรอบของแห้วไว้ด้านใน รวมกับความหอมหวานสดชื่นของน้ำกะทิ ยิ่งทานคู่กับน้ำแข็งเย็น ๆ ก็ยิ่งเพิ่มความหวานอร่อยชื่นใจ ใครอยากทำทับทิมกรอบน้ำกะทิทานเอง แนะนำสูตรนี้เลยค่ะ

ส่วนผสม

  • แห้ว 500 กรัม
  • แป้งมัน 500 กรัม
  • สีผสมอาหาร (สีแดง หรือสีอื่นตามใจชอบ)
  • หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • น้ำตาลทรายขาว 100 กรัม

วิธีทำ

  1. นำแห้วมาหั่นเป็นขนาดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ คล้ายกับลูกเต๋า แล้วนำไปล้างน้ำสะอาด
  2. นำแห้วที่ล้างแล้วไปแช่ในสีผสมอาหารประมาณ 15 นาที เพื่อให้สีผสมอาหารติดอยู่ที่แห้ว
  3. เมื่อครบเวลา และสีเริ่มติดแล้ว ให้นำแห้วไปล้างน้ำออก ประมาณ 2 รอบ
  4. นำแห้วที่ได้มาคลุกกับแป้งมัน ให้แป้งมันเคลือบที่ตัวแห้วทั้งหมด จากนั้นนำแห้วมาร่อนแป้งส่วนที่เกินออก
  5. ตั้งหม้อ ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำแห้วที่คลุกแป้งมัน ค่อย ๆ ใส่ลงไป พร้อมคนให้แป้งแตกตัวออกจากกัน
  6. เมื่อแป้งที่เคลือบแห้วเริ่มเปลี่ยนเป็นสีใส และเริ่มลอยขึ้นบนผิวน้ำ ให้ตักนำขึ้นพักไว้ที่น้ำเย็นอุณหภูมิห้อง
  7. ตั้งหม้อ ใช้ไฟกลาง ใส่กะทิใส่ลงไป แล้วจึงใส่น้ำตาลทราย เกลือ คนให้ละลายเข้ากันดี จึงปิดไฟยกลงจากเตา
  8. ตักทับทิมกรอบ ใส่ลงในถ้วย ราดน้ำกะทิ แล้วเสิร์ฟได้เลย หรือจะเติมน้ำแข็งลงไป เพิ่มความสดชื่นก็ได้เช่นกัน

 

ขนมโคกะทิ

ที่มา: sharp-weeclub.com

ขนมโคกะทิ หรือขนมหัวล้าน เป็นเมนูขนมไทยโบราณหาทานยากของทางภาคใต้ ซึ่งขนมโคกะทิ เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวเนื้อนุ่มนิ่ม ในสมัยก่อนจะเติมสีสันด้วยน้ำสมุนไพร สอดไส้ด้วยไส้หวานจากเนื้อมะพร้าวกับน้ำตาล รับประทานคู่กับน้ำกะทิหวานมันที่เข้ากันเป็นอย่างดี ใครชอบทานขนมโค ก็ลองนำสูตรนี้ไปลองทำตามกันดูได้เลยค่ะ

ส่วนผสมแป้ง

  • แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม
  • น้ำดอกอัญชัน 50 มิลลิลิตร
  • น้ำใบเตย 50 มิลลิลิตร
  • น้ำมะพร้าว 50 มิลลิลิตร

ส่วนผสมไส้

  • มะพร้าวขูด 250 กรัม
  • น้ำตาลมะพร้าว 250 กรัม
  • น้ำมะพร้าว 50 มิลลิลิตร
  • เกลือสมุทร ½ ช้อนชา

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  • หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม
  • เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
  • ใบเตย 1 มัด
  • งาขาวคั่ว

วิธีทำ

  1. นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไป ตามด้วยน้ำมะพร้าว และเกลือ คนจนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. ใส่มะพร้าวขูดลงไป ผัดให้แห้ง และหอม จากนั้นยกออกจากเตา และพักไว้ให้เย็นสนิท
  3. แบ่งแป้งข้าวเหนียวเป็น 3 ส่วนเท่ากัน ผสมน้ำใบเตย น้ำดอกอัญชัน น้ำมะพร้าว นวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ
  4. หยิบแป้งขึ้นมาหนึ่งหยิบมือแล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ บีบให้แบนความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร
  5. หยิบไส้ที่ผัดไว้ขนาดเล็กกว่าแป้ง จับให้เป็นก้อน ๆ แล้ววางลงบนแป้ง
  6. ห่อ และปั้นให้เป็นลูกกลม ๆ วางบนถาดเตรียมไว้ ทำจนแป้ง และไส้หมด
  7. นำหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่น้ำลงไป รอจนน้ำเดือด แล้วใส่ขนมโคที่ปั้นไว้ลงไปต้มจนสุก
  8. ขนมโคลอยขึ้นเหนือน้ำ แสดงว่าสุกแล้ว เสร็จแล้วตักไปพักไว้ในน้ำเย็น
  9. นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทหัวกะทิลงไป ตามด้วยเกลือสมุทร น้ำตาล และใบเตย คนจนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
  10. ตักใบเตยออก โรยงาขาวคั่ว และยกออกเจาพักไว้
  11. นำขนมโคใส่ถ้วย หรือหม้อที่จะจัดเสิร์ฟ ราดน้ำกะทิที่เตรียมไว้ลงไป และโรยงาขาวคั่ว พร้อมเสิร์ฟได้เลย

สรุป

เป็นอย่างไรบ้างคะกับทั้ง 5 เมนูน้ำกะทิสด ขนมไทย ที่แต่ละเมนูอร่อยมาก ๆ ซึ่งบางเมนูใส่น้ำแข็งลงไป ก็ยิ่งเพิ่มความสดชื่นมากยิ่งขึ้น แถมช่วยคายร้อนได้อีกด้วย ใครชอบเมนูไหน ก็สามารถไปลองทำตามสูตรที่เรานำมาฝากกันได้เลยค่ะ

เกี่ยวกับ M.I.W. Food

เราเป็นผู้ให้บริการจัดหาและผลิตของที่ระลึก ของขวัญ ของชำร่วย สินค้าพรีเมี่ยมประเภทอาหารที่ขึ้นชื่อและคุณภาพดี อาทิ เช่น ผลไม้สดนำเข้าจากต่างประเทศ ผลไม้ภายในประเทศ ผลไม้แปรรูป ทองม้วนกรอบ ทุเรียนแท่งทอด เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีบริการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ รับผลิตสินค้าในแบรนด์ของลูกค้า รวมทั้งสามารถพิมพ์โลโก้ลงบนสินค้า เพื่อเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ธุรกิจของท่าน คุณภาพ คือ หัวใจสำคัญของเราทุกผลิตภัณฑ์เราเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุด ทั้งกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ สะอาดและปลอดภัยที่สุด เพื่อยกระดับมาตรฐานอย่างไม่หยุดนิ่ง