6 ขนมไทยหน้ากะทิ หอมมัน อร่อยกลมกล่อมทุกคำ

ขนมไทย เป็นของหวานที่มีเสน่ห์จากวัตถุดิบพื้นบ้าน และวิธีการทำที่พิถีพิถัน โดยเฉพาะขนมที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบสำคัญ ซึ่งช่วยเพิ่มความหอมมัน และทำให้รสชาติมีความกลมกล่อมยิ่งขึ้น หลายเมนูผสานความหวานของเนื้อขนมเข้ากับหน้ากะทิรสเค็มมันได้อย่างลงตัว เกิดเป็นรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับคนที่ชื่นชอบขนมไทยหอมกะทิ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ 6 ขนมไทยหน้ากะทิ หอมมัน อร่อยกลมกล่อมทุกคำ แต่ละเมนูจะมีจุดเด่น และความอร่อยอย่างไรบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

ขนมครก

ขนมครก เป็นขนมไทยที่ทำจากแป้ง และกะทิ โดยหยอดส่วนผสมลงในหลุมขนมครกแล้วนำไปทำให้สุกบนเตา ทำให้ด้านนอกเกรียมเล็กน้อย ส่วนด้านในนุ่ม และหอมมัน มักโรยหน้าด้วยต้นหอม ข้าวโพด หรือเผือกตามชอบ ควรรับประทานตอนทำเสร็จใหม่ ๆ เพื่อให้ได้สัมผัสกรอบนอกนุ่มใน

ส่วนผสมตัวขนมครก 

  • แป้งข้าวเจ้า 200 กรัม
  • แป้งข้าวเหนียว 25 กรัม
  • หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง
  • น้ำร้อนจัด 1 ½ ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทาเตาขนมครก)

ส่วนผสมหน้าขนมครก 

  • หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
  • เครื่องโรยหน้าขนมครก (ต้นหอมซอย ข้าวโพด)

วิธีทำ

  1. ผสมแป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว น้ำตาล และเกลือรวมกันไว้
  2. ค่อย ๆ ใส่หัวกะทิลงไปในชามผสม คอยตะล่อมส่วนผสมไปด้วย
  3. ใส่น้ำร้อนจัดตามลงไป คอยคนส่วนผสมไปด้วยจนเข้ากันดี พักไว้
  4. ทำหน้ากะทิ โดยใส่น้ำตาลทราย เกลือ และแป้งข้าวเจ้าลงในชามผสมอีกใบ
  5. ตะล่อมส่วนผสมแล้วค่อย ๆ ใส่หัวกะทิลงไปด้วย คนจนเข้ากันดีแล้วพักไว้
  6. ใช้ผ้าชุบน้ำมันพืชทาหน้าเตาขนมครกให้ทั่ว ตั้งไฟร้อนปานกลาง
  7. ค่อย ๆ หยอดแป้งขนมครกลงไปในหลุม เหลือขอบไว้เล็กน้อยสำหรับโรยหน้ากะทิ
  8. เมื่อแป้งเริ่มสุกเล็กน้อย หยอดหน้ากะทิตามลงไปอย่าให้เกินขอบหลุม จากนั้นปิดฝาเตาไว้สักครู่
  9. โรยเครื่องขนมครกลงไปในแต่ละหลุม มากน้อยตามใจชอบ แล้วปิดฝาอีกรอบ
  10. รอจนขอบขนมครกเริ่มสุกกรอบเป็นสีน้ำตาล จากนั้นใช้ช้อนแคะออกจากหลุม จัดเสิร์ฟได้

 

ขนมถ้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pholfoodmafia.com/

ขนมถ้วย เป็นขนมไทยที่แบ่งเป็นสองชั้น โดยชั้นล่างมักมีรสหวาน และอาจเพิ่มกลิ่นหอมจากใบเตย ส่วนชั้นบนเป็นหน้ากะทิที่มีรสเค็มมัน ช่วยตัดความหวานของเนื้อขนมได้ดี เมื่อตักกินพร้อมกันจึงได้รสหวาน และเค็มมันที่เข้ากันอย่างลงตัว โดยทั่วไปจะทำเป็นถ้วยขนาดเล็ก ทำให้รับประทานได้ง่าย

ส่วนผสมตัวขนมถ้วย

  • แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม
  • แป้งเท้ายายม่อม 3 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งถั่วเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำใบเตยคั้นข้น 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 140 กรัม
  • กะทิ 1 ถ้วย

ส่วนผสมหน้าขนมถ้วย

  • แป้งข้าวเจ้า 25 กรัม
  • กะทิ 330 มิลลิลิตร
  • เกลือ ¾ ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตั้งลังถึง ใช้ความร้อนสูง นึ่งถ้วยตะไลให้ร้อน เป็นเวลา 2 นาที
  2. ทำตัวขนม โดยผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม และแป้งถั่วเขียว กับน้ำใบเตย นวดส่วนผสมเป็นเวลา 3 นาที
  3. ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป นวดต่อให้น้ำตาลละลายดี ใส่กะทิ ละลายให้เข้ากัน แล้วกรอง
  4. ตักส่วนผสมใส่ถ้วยตะไล ¾ ของถ้วย ปิดฝา นึ่งเป็นเวลา 8 นาที
  5. ทำหน้าขนม โดยผสมแป้งข้าวเจ้า เกลือ และกะทิเข้าด้วยกัน
  6. หยอดตัวหน้าขนม นึ่งต่ออีก 5 นาที
  7. เมื่อนึ่งจนขนมถ้วยสุกแล้ว พักให้เย็นลงเล็กน้อย ก็รับประทานได้

 

ขนมตะโก้

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pholfoodmafia.com/

ขนมตะโก้มักใส่ในกระทงใบเตย หรือใบตอง ตัวขนมชั้นล่างทำจากแป้งที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่ม และมีรสหวาน บางสูตรใส่แห้ว เผือก หรือข้าวโพดเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัส ส่วนด้านบนเป็นหน้ากะทิที่มีรสเค็มมัน เมื่อกินรวมกันจะได้ทั้งรสหวานจากตัวขนม และความมันจากหน้ากะทิ

ส่วนผสมตัวขนมตะโก้

  • แป้งข้าวโพด 40 กรัม
  • น้ำสะอาด 430 กรัม
  • น้ำตาลทราย 110 กรัม
  • แห้วในน้ำเชื่อม (หั่นเต๋า) 100 กรัม
  • น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมหน้าขนมตะโก้

  • กะทิ 400 กรัม
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 40 กรัม
  • แป้งถั่วเขียว 1½ ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 28 กรัม

วิธีทำ

  1. เตรียมกระทงใบเตย โดยตัดใบเตยส่วนปลายยาวประมาณ 2 นิ้วเพื่อใช้เป็นแบบวัดความกว้างของกระทง พับใบเตยตามขนาดของแบบให้เป็นสี่ทบ เมื่อคลี่ออกจะได้ห้าตอน จากนั้นตัดตามรอยพับให้ถึงบริเวณก้านใบ พับใบเตยโดยให้ด้านเงาอยู่ด้านใน แล้วสอดใบเตยส่วนล่างให้ซ้อนกันไปเรื่อย ๆ จนกลับมาบรรจบกัน ใช้ไม้กลัดยึดด้านข้างให้เรียบร้อย
  2. ผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำสะอาดในกระทะทองเหลือง คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปตั้งไฟอ่อน ใช้ตะกร้อกวนอย่างต่อเนื่องจนส่วนผสมข้น และมีลักษณะใสขึ้น
  3. ใส่น้ำตาลทราย และแห้วหั่นเต๋า กวนต่อจนน้ำตาลละลายดี จากนั้นยกลงจากเตา เติมน้ำใบเตยคั้นเข้มข้น แล้วคนให้เข้ากัน
  4. ตักส่วนผสมตัวขนมใส่กระทงใบเตยประมาณครึ่งกระทง แล้วพักไว้ให้เย็นลงเล็กน้อย
  5. เตรียมหน้ากะทิ โดยผสมกะทิ เกลือป่น น้ำตาลทราย แป้งถั่วเขียว และแป้งข้าวเจ้าในกระทะทองเหลือง คนให้เข้ากันจนแป้งละลาย จากนั้นนำไปตั้งไฟอ่อน กวนอย่างต่อเนื่องจนส่วนผสมข้น และแป้งสุกดี
  6. ตักหน้ากะทิขณะที่ยังร้อนใส่ถุงบีบ โดยใช้ถุงมือกันความร้อนเพื่อป้องกันมือจากความร้อน แล้วบีบหน้ากะทิลงบนตัวขนมให้เต็มกระทง
  7. พักขนมไว้ให้เย็น จากนั้นตกแต่งด้วยกลีบดอกไม้ที่รับประทานได้ เช่น กลีบกุหลาบ ดอกอัญชัน หรือดอกเข็ม พร้อมรับประทาน

 

วุ้นใบเตยกะทิสด

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.telephoneagar.com/

วุ้นใบเตยกะทิสด เป็นขนมที่แบ่งเป็นชั้นวุ้นใบเตยสีเขียว และชั้นกะทิสีขาว วุ้นใบเตยให้กลิ่นหอม และรสหวาน ส่วนชั้นกะทิเพิ่มรสเค็มมัน ช่วยให้รสชาติของขนมกลมกล่อมขึ้น เนื้อวุ้นนุ่มเด้ง เคี้ยวเพลิน นิยมแช่เย็นก่อนรับประทานเพื่อเพิ่มความสดชื่น

ส่วนผสมชั้นวุ้นใส

  • ผงวุ้น 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 2 ½ ถ้วย
  • น้ำใบเตย ½ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย ¾ ถ้วย

ส่วนผสมชั้นวุ้นกะทิ

  • ผงวุ้น 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • หัวกะทิ (มะพร้าวขูดขาว 1 กิโลกรัม คั้นกับน้ำอุ่น 300 กรัม) 2 ถ้วย
  • ใบเตยหั่นเป็นท่อน 2-3 ใบ
  • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น 1 ½ ช้อนชา
  • แม่พิมพ์
  • มีดตัดวุ้นแบบหยัก

วิธีทำ

  1. ผสมผงวุ้นกับน้ำเปล่า 2 ½ ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วพักไว้ประมาณ 15 นาที เพื่อให้ผงวุ้นดูดน้ำได้เต็มที่
  2. ตั้งหม้อด้วยไฟกลาง ต้มส่วนผสมวุ้นจนผงวุ้นละลายหมด จากนั้นใส่น้ำตาลทราย คนจนละลาย แล้วเติมน้ำใบเตย คนให้เข้ากัน และต้มจนเดือด
  3. ปิดไฟ เทวุ้นใสลงในแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ พักไว้จนวุ้นเริ่มเซตตัว
  4. ผสมผงวุ้นกับน้ำเปล่า 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วพักไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นตั้งหม้อด้วยไฟกลาง ต้มจนผงวุ้นละลายหมด ใส่ใบเตยหั่นท่อน น้ำตาลทราย และเกลือป่น คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน
  5. เติมหัวกะทิลงในหม้อ คนอย่างสม่ำเสมอ ใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง ให้ส่วนผสมร้อนทั่วถึงโดยไม่ต้องต้มให้เดือดพล่าน จากนั้นตักใบเตยออก
  6. ค่อย ๆ เทวุ้นกะทิลงบนชั้นวุ้นใสอย่างระมัดระวัง พักไว้ให้เย็นจนวุ้นเซตตัว แล้วนำเข้าตู้เย็นจนแข็งตัวดี
  7. เมื่อตัววุ้นแข็งตัวแล้ว นำออกจากแม่พิมพ์ ใช้มีดตัดวุ้นแบบหยักตัดเป็นชิ้นพอดีคำ พร้อมรับประทาน

 

ขนมมันหน้ากะทิ

ขอบคุณรูปภาพจาก https://youtu.be/ครัวบ้านๆ แต่อร่อยดี

ขนมมันหน้ากะทิ เป็นขนมไทยที่ทำจากมันสำปะหลังเป็นส่วนผสมหลัก ตัวขนมมีเนื้อเหนียวนุ่ม และรสหวาน หอมกลิ่นมันสำปะหลัง ส่วนด้านบนราดด้วยหน้ากะทิที่มีรสเค็มมันเล็กน้อย ช่วยตัดความหวานของตัวขนมได้เป็นอย่างดี เมื่อนำมารับประทานคู่กันจึงได้รสชาติหวานมันที่เข้ากันอย่างลงตัว

ส่วนผสมขนมมัน

  • มันสำปะหลังหัวเล็กทั้งเปลือก 2 กิโลกรัม
  • น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลทรายขาว 400 กรัม
  • กะทิ 1½ ถ้วย
  • เกลือสมุทร ¼ ช้อนชา

ส่วนผสมหน้ากะทิ

  • แป้งข้าวเจ้า ¼ ถ้วย
  • น้ำ ¼ ถ้วย
  • หัวกะทิ (500 กรัม) 2 ถ้วย
  • เกลือสมุทร ¼ ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ล้างมันสำปะหลังทั้งเปลือกให้สะอาด ขัดเศษดินออก ปอกเปลือกแล้วล้างอีกครั้ง หั่นตามขวางเป็น 2–3 ท่อนต่อหัว เพื่อให้จับไสได้สะดวก
  2. ไสมันสำปะหลังด้วยที่ไสหัวมัน หรือที่ขูดชีสด้านละเอียดจนหมด จากนั้นห่อด้วยผ้าขาวบาง บีบน้ำออกให้พอหมาด แล้วใส่อ่างผสม เตรียมนึ่งโดยเติมน้ำในหม้อลังถึงประมาณ ¾ ของหม้อ ปิดฝา และตั้งไฟกลาง
  3. ใส่น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลทรายลงในมันสำปะหลัง นวดจนน้ำตาลละลาย ค่อย ๆ เติมกะทิ และเกลือ นวดให้เข้ากันจนส่วนผสมมีลักษณะเหลวพอประมาณ แล้วปิดด้วยพลาสติกแร็ปพักไว้
  4. ทำหน้ากะทิโดยละลายแป้งข้าวเจ้ากับน้ำให้เข้ากัน เติมหัวกะทิ และเกลือ คนจนเข้ากัน แล้วแบ่งส่วนผสมออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน
  5. ทาน้ำมันพืชให้ทั่วถาดสี่เหลี่ยมขนาด 8 × 8 นิ้ว สูง 1.5 นิ้ว จำนวน 2 ถาด เทส่วนผสมมันสำปะหลังลงในถาดให้หนาประมาณ 1 นิ้ว แล้วนำไปนึ่งประมาณ 30–35 นาที
  6. เปิดฝา เทส่วนผสมหน้ากะทิลงในถาดทั้ง 2 ถาด ปิดฝานึ่งต่อประมาณ 20 นาที หรือจนหน้ากะทิสุก ยกลงจากเตา พักให้เย็น แล้วตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน พร้อมเสิร์ฟ

 

ขนมกรวย

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.wongnai.com/

ขนมกรวย เป็นขนมไทยที่นึ่งในกรวยใบตอง ตัวขนมทำจากแป้งผสมกับน้ำตาล โดยบางสูตรใส่ใบเตยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม เนื้อขนมมีลักษณะนุ่ม และเหนียวเล็กน้อย ส่วนด้านบนเป็นหน้ากะทิรสเค็มมัน เมื่อกินพร้อมกันจะได้รสหวานจากตัวขนม และรสเค็มมันจากหน้ากะทิ เป็นขนมไทยอีกชนิดที่มีรูปแบบการห่อ และวิธีทำเป็นเอกลักษณ์

ส่วนผสมตัวขนมกรวย

  • แป้งข้าวเจ้า 110 กรัม
  • แป้งถั่วเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • กะทิ 500 มิลลิลิตร
  • ใบเตย 2 – 3 ใบ

ส่วนผสมหน้าขนมกรวย

  • แป้งข้าวเจ้า 3 ช้อนโต๊ะ
  • กะทิ 240 มิลลิลิตร
  • เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เตรียมแป้งตัวขนม โดยผสมแป้งข้าวเจ้า และแป้งถั่วเขียวเข้าด้วยกัน เติมกะทิจากปริมาณ 500 มิลลิลิตรลงไปเล็กน้อย ขยำให้แป้งจับตัวเป็นก้อน แล้วพักไว้
  2. ผสมน้ำกะทิสำหรับตัวขนม โดยใส่น้ำตาลปี๊บ เกลือ ใบเตย และกะทิที่เหลือลงในชาม ขยำให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ใส่ลงไป ขยำจนแป้งละลายเข้ากันดี
  3. เตรียมหน้าขนม โดยผสมแป้งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือเข้าด้วยกัน คนจนแป้งละลายดี แล้วพักไว้
  4. ทำกรวยใบตอง โดยตัดใบตองเป็นวงกลมขนาด 8 นิ้ว พับครึ่งแล้วตัดแบ่งเป็นสองส่วน นำใบตองแต่ละส่วนมาม้วนเป็นกรวย โดยให้ปลายด้านล่างปิดสนิทไม่ให้มีรู แล้วใช้ไม้กลัดยึดให้แน่น
  5. นึ่งตัวขนม โดยหยอดส่วนผสมตัวขนมลงในกรวยใบตอง นำไปวางในรูของลังถึง แล้วนึ่งขณะน้ำเดือดจัดประมาณ 15 นาที
  6. เติมหน้าขนม โดยหยอดส่วนผสมหน้าขนมลงบนตัวขนมที่นึ่งไว้ แล้วนึ่งต่ออีก 5–10 นาที หรือจนหน้าขนมสุกดี
  7. ยกขนมออกจากลังถึง พักไว้ให้เย็น แล้วจัดใส่จานพร้อมรับประทาน

 

สรุป

ขนมไทยหน้ากะทิทั้ง 6 ชนิดที่นำมาฝากกันในวันนี้ ต่างมีเสน่ห์ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งความหอมหวาน ความมันกลมกล่อมของกะทิ และเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันไปในแต่ละเมนู ไม่ว่าจะชื่นชอบขนมเนื้อนุ่มละมุน ขนมที่มีหน้ากะทิรสเค็มมัน หรือขนมที่มีกลิ่นหอมจากวัตถุดิบธรรมชาติ ก็สามารถเลือกอร่อยได้ตามความชอบ ใครที่หลงรักขนมไทย อย่าลืมไปลิ้มลองความอร่อย หรือจะลองทำรับประทานเองที่บ้านก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ รับรองว่าจะได้เพลิดเพลินกับเสน่ห์ของขนมไทยที่ทั้งหอมหวาน และกลมกล่อมในแบบฉบับดั้งเดิมค่ะ