5 สูตรแยมผลไม้โฮมเมด ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย มือใหม่ก็ทำได้

การทำแยมผลไม้โฮมเมด เป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนผลไม้สดให้กลายเป็นของอร่อยที่เก็บไว้ทานได้นานขึ้น แถมเรายังเลือกความหวาน และรสชาติได้ตามใจชอบ เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่อยากลองทำอาหาร หรือขนมแบบไม่ต้องใช้เครื่องมือเยอะ แค่มีผลไม้สด น้ำตาล และหม้อสักใบ ก็ได้แยมไว้ทาขนมปัง หรือกินคู่กับโยเกิร์ตแล้วค่ะ
ข้อดีของการทำเอง คือเราเลือกวัตถุดิบคุณภาพดีได้ ลดน้ำตาลได้ตามใจ และที่สำคัญ คือไม่มีสารกันบูดแน่นอน แถมยังเป็นวิธีจัดการผลไม้สุกในตู้เย็นให้คุ้มค่าที่สุดด้วย สำหรับใครที่อยากลองทำแยมครั้งแรก วันนี้เราก็มี 5 สูตรแยมโฮมเมดที่ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย และรสชาติอร่อย มาฝากกันค่ะ
สูตรแยมสตรอว์เบอร์รี

แยมยอดนิยมที่หลายคนคุ้นเคย เพราะมีรสหวานอมเปรี้ยว และกลิ่นหอมสดชื่น จุดเด่นคือสีแดงสดสวยน่ากิน เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากลองทำแยมครั้งแรก เพราะทำง่าย และเข้ากันได้ดีกับหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง แพนเค้ก วาฟเฟิล หรือจะใช้ราดบนชีสเค้กก็อร่อยค่ะ
ส่วนผสม
- สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง 250 กรัม
- น้ำตาลทราย 180 กรัม
- น้ำมะนาว 1-2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
- ใส่สตรอว์เบอร์รีแช่แข็ง และน้ำตาลทรายลงในหม้อ ตั้งไฟกลาง เคี่ยวให้ส่วนผสมเดือด และน้ำตาลละลายทั้งหมด
- เปลี่ยนเป็นไฟอ่อน เคี่ยวต่อจนแยมเกิดความข้นหนืด เวลาตักไม่หยดไหลลงมา
- ปิดไฟ เติมน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน จากนั้นพักให้เย็น และเก็บใส่ขวดโหลปิดฝาให้สนิท
สูตรแยมผิวส้ม

สำหรับใครที่ชอบรสชาติสดชื่น และไม่หวานโดด แนะนำแยมส้มเลยค่ะ เพราะมีความเปรี้ยวอมหวาน และมีความขมปลายลิ้นนิด ๆ จากผิวส้ม ช่วยตัดเลี่ยนได้ดี เหมาะสำหรับทาขนมปังในมื้อเช้า หรือกินคู่กับชาร้อน ๆ และกาแฟก็เข้ากันได้ดีเลยค่ะ
ส่วนผสม
- ส้ม 3 ผล (เลือกพันธุ์ตามชอบ)
- น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 2 ถ้วยตวง
- เกลือ ครึ่งช้อนชา
วิธีทำ
- หั่นส้ม โดยแยกเนื้อส้ม กับซอยผิวส้ม
- เอาเนื้อส้ม และผิวส้มใส่หม้อ เปิดไฟอ่อน ใส่น้ำตาลทราย เกลือ
- เคี่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง จนส่วนผสมงวด
- ทิ้งไว้ให้เย็น ตักใส่ขวด แล้วแช่ตู้เย็น
สูตรแยมบลูเบอร์รี

ถ้าใครชอบรสสัมผัสแบบละมุน ๆ ไม่เปรี้ยวจัด ต้องแยมบลูเบอร์รีเลยค่ะ ตัวนี้สีจะสวยเข้ม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวมาก ที่สำคัญคือยังมีเนื้อผลไม้เล็ก ๆ ให้เราได้เคี้ยวเพลิน ๆ จะทาขนมปัง ครัวซองต์ หรือตักผสมโยเกิร์ตตอนเช้าก็เข้ากันสุด ๆ เลยค่ะ
ส่วนผสม
- บลูเบอร์รีสด หรือแช่แข็ง 500 กรัม
- น้ำตาลทราย 150 – 200 กรัม (ปรับลดได้ตามความหวานของผลไม้)
- น้ำมะนาว 1 – 2 ช้อนโต๊ะ
- ผิวมะนาวขูด เล็กน้อย
วิธีทำ
- ล้างบลูเบอร์รีให้สะอาด สะเด็ดน้ำให้แห้ง แล้วใส่ลงในหม้อ
- ใส่น้ำตาล และน้ำมะนาวลงไป คลุกให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ 10-15 นาทีให้น้ำออกจากผลไม้เล็กน้อย
- นำขึ้นตั้งไฟกลาง พอน้ำตาลละลาย และเริ่มเดือด ให้ใช้พายไม้หรือช้อนกด ๆ บี้ ๆ ลูกบลูเบอร์รีให้แตก เพื่อให้เนื้อแยมเนียน
- ปรับเป็นไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 15-20 นาที หมั่นคนบ่อย ๆ จนแยมเริ่มงวด และข้นหนืด
- ลองตักแยมป้ายลงบนจานที่แช่เย็นจัด ถ้าแยมอยู่ตัวไม่ไหลเป็นน้ำ แสดงว่าใช้ได้แล้ว
- ปิดไฟ พักให้พออุ่น ตักใส่ขวดโหลที่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อแล้ว และปิดฝาให้สนิท
สูตรแยมสับปะรด

แยมที่มีกลิ่นหอมหวานชัดเจน และมีรสเปรี้ยวตัดเล็กน้อย เนื้อแยมจะมีสัมผัสความหนึบ และกากใยจากสับปะรดให้ได้เคี้ยวเบา ๆ ทำให้กินแล้วไม่เลี่ยน นอกจากทาขนมปังแล้ว แยมสับปะรดยังนิยมนำไปทำไส้พาย หรือใช้เป็นส่วนประกอบในขนมอบต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย
ส่วนผสม
- สับปะรด 580 กรัม (ประมาณ 1 ลูก)
- น้ำตาลทราย 180 กรัม
วิธีทำ
- ปอกเปลือกสับปะรด เอาตาออก สับเนื้อสับปะรดให้ละเอียด (ไม่ควรเลือกสับปะรดที่มีเนื้อฉ่ำเกินไป จะทำให้ออกหวานไม่เปรี้ยว)
- ใส่สับปะรด และน้ำตาลลงในหม้อ ตั้งไฟกลาง เคี่ยวให้ส่วนผสมเดือด และน้ำตาลละลายทั้งหมด
- เปลี่ยนเป็นไฟอ่อน เคี่ยวต่อจนแยมเกิดความข้นหนืด เวลาตักไม่หยดไหลลงมา พักให้เย็น และเก็บใส่ขวดโหลปิดฝาให้สนิท
สูตรแยมมัลเบอร์รี

แยมมัลเบอร์รี หรือแยมลูกหม่อน เหมาะสำหรับคนที่อยากลองแยมรสชาติใหม่ ๆ ที่นอกเหนือจากสตรอว์เบอร์รี รสชาติจะมีความหวานอมเปรี้ยว และสีม่วงเข้มสวยงาม รสชาติเข้ากันได้ดีทั้งกับขนมปัง โยเกิร์ต หรือจะใช้ราดบนไอศกรีมก็นับว่าเป็นเมนูคลายร้อนที่น่าสนใจค่ะ
ส่วนผสม
- มัลเบอร์รีสด หรือแช่แข็ง 500 กรัม
- น้ำตาลทราย 200 กรัม (ปรับลดได้ตามความหวานของลูกหม่อน)
- น้ำมะนาว 1 – 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น ปลายนิ้ว
วิธีทำ
- ล้างมัลเบอร์รีให้สะอาด สะเด็ดน้ำ ใช้กรรไกรตัดก้านสีเขียวเล็ก ๆ ออก
- ใส่มัลเบอร์รีลงในหม้อ ใช้ช้อน หรือไม้พายบดพอให้ลูกแตกเบา ๆ เพื่อให้น้ำข้างในออกมา
- เทน้ำตาลทราย และน้ำมะนาวลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ให้น้ำตาลซึมเข้าเนื้อ
- นำขึ้นตั้งไฟกลางค่อนไปทางอ่อน คนไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลาย และน้ำจากลูกหม่อนเริ่มออกมาเยอะขึ้น
- พอเริ่มเดือดปุด ๆ ให้ปรับเป็นไฟอ่อน เคี่ยวต่อประมาณ 20-30 นาที หมั่นคนบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ก้นหม้อไหม้
- ตักแยมเล็กน้อยวางบนจานที่แช่เย็นจัด ถ้าแยมเริ่มเซตตัวเป็นวุ้น ไม่ไหลเยิ้มเป็นน้ำ แสดงว่าใช้ได้แล้ว
- ปิดไฟ พักให้แยมพออุ่น อย่าให้เย็นจนแข็งคาหม้อ จากนั้นตักใส่ขวดโหลที่สะอาดแล้วปิดฝาให้สนิท
สรุป
การทำแยมผลไม้โฮมเมดไม่ได้ยากอย่างที่คิด และยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มความสนุกในการเข้าครัวได้อีกด้วย โดยแต่ละสูตรเราสามารถปรับความหวาน หรือจะเพิ่มกลิ่นหอมจากวานิลลา อบเชย หรือเลมอนได้ตามชอบ ที่สำคัญคือเราจะได้แยมสดใหม่จากวัตถุดิบที่เลือกเอง ทำให้มั่นใจได้ทั้งเรื่องคุณภาพ และรสชาติที่ถูกปาก
หากใครกำลังมองหาเมนูง่าย ๆ สำหรับทำกินเองที่บ้าน ลองเริ่มจากสูตรแยมเหล่านี้ดูนะคะ รับรองว่าทำไม่ยาก และอร่อยจนอยากทำซ้ำแน่นอนค่ะ

