แนะนำ 10 ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ดีต่อผิว และยังหากินง่าย

วิตามินซี เป็นวิตามินที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง แต่มีความสำคัญอย่างมากกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ด้วยความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายได้รับจากกระบวนการสันดาปของร่างกาย และจากมลพิษต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมสภาพ ชะลอริ้วรอยและความแก่ชรา ส่งผลให้มีผิวพรรณที่มีสุขภาพดีขึ้นได้ ซึ่งวิตามินซีสามารถหาได้ง่ายจากธรรมชาติใกล้ตัวเราด้วยผัก และผลไม้ โดยการกินผัก และผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะก็จะ ทำให้ร่างกายนั้นได้รับวิตามินซีตามความมของร่างกายได้เหมาะสม

10 ผักและ ผลไม้ที่วิตามินซีสูง

  1. บรอกโคลี

เป็นผักที่รสชาติหวานกรอบที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารหลายชนิด ซึ่งพบได้ทั้งส่วนดอก และลำต้น การกินควรกินทั้งส่วนดอก และลำต้นร่วมกันจะช่วยต้านโรคมะเร็งได้ บรอกโคลีเป็นผักที่ไม่ควรนำไปปรุงอาหารด้วยความร้อนที่นานเกินไป เพราะจะทำให้เสียวิตามิน และคุณค่าทางอาหาร นอกจากนี้บรอกโคลียังมีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุสูง ซึ่งบรอกโคลี 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 89.2 มิลลิกรัม

  1. ผักคะน้า

เป็นหนึ่งในผักที่มีวิตามินสูงลำดับต้น ๆ เพราะผักคะน้า 100 กรัม มีวิตามินซีถึง 147 มิลลิกรัม และผักคะน้ายังสามารถกินได้ตั้งแต่ยังมีขนาดเล็ก จนกระทั่งออกดอก ซึ่งคุณสมบัติที่ช่วยต้านการเกิดมะเร็ง ช่วยให้เซลล์ทำงานได้ดี และกำจัดสารพิษในร่างกาย ผักคะน้าสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายชนิด แต่ควรล้างให้สะอาดเพื่อช่วยลดการตกค้างของสารเคมีก่อนทุกครั้ง

  1. ชะอม

เป็นผักพื้นบ้าน ผักริมรั้วมาตั้งแต่โบราณ นิยมนำมาชุบไข่ทอด ซึ่งชะอมช่วยเสริมสร้างระบบของภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง ทำให้กำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ไม่เจ็บป่วยง่าย เพราะมีวิตามินซีสูง โดยชะอม 100 กรัม มีวิตามินซีถึง 58 มิลลิกรัม

  1. ผักปวยเล้ง

เป็นผักที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ อย่าง เหล็ก แคลเซียม โพแทสเซียม และยังมีกรดโฟลิกที่เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นในการสร้างสารเซโรโทนินในระบบเซลล์ประสาท ซึ่งทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย และนอนหลับได้สนิท นอกจากนี้ผักปวยเล้ง 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 120 มิลลิกรัม

  1. ใบมะรุม

เป็นพืชพื้นบ้านที่นิยมนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง โดยทุกส่วนของต้นมะรุมสามารถกินได้ ซึ่งใบของมะรุมมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ลดไข้ ช่วยให้นอนหลับสบาย ป้องกันแผลในกระเพราะอาหาร และช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ใบมะรุม 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 141 มิลลิกรัม

  1. ส้ม

เป็นผลไม้รสชาติเปรี้ยวหวานที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยส้ม 100 กรัม มีวิตามินซีถึง 53.2 มิลลิกรัม นอกจากนี้ส้มยังมีให้เลือกกินหลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย ทั้งนี้ส้มยังมีใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน โดยสามารถกินได้ทั้งจากผลส้มหรือคั้นเป็นน้ำก็ได้

  1. ฝรั่ง

เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง เพราะฝรั่ง 100 กรัม มีวิตามินซีสุงถึง 160 มิลลิกรัม ซึ่งช่วยดูแลรักษาเรื่องสุขภาพช่องปาก และฟันได้เป็นอย่างดี นอกจากฝรั่งจะดูแลสุขภาพช่องปากแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ฝรั่งมีเส้นใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ช่วยลดอาการท้องเสีย ท้องร่วงได้

  1. สตรอว์เบอร์รี

เป็นผลไม้ที่ที่อุดมไปด้วยโภชนาการที่หลากหลายทั้ง วิตามิน และแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง ช่วยในการบำรุงดวงตา ลดการเสื่อมสภาพของดวงตา และพบว่าในสตรอเบอร์รี่สดจะให้วิตามินในปริมาณมาก ซึ่งสตรอว์เบอร์รี 100 กรัม มีวิตามินซีถึง 58.8 มิลลิกรัม

  1. มะขามป้อม

เป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก โดยมะขามป้อม 100 กรัม มีวิตามินซีสูงถึง 276 มิลลิกรัม นอกจากนี้มะขามป้อมยังถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคหลายชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ วัณโรค แก้ไอ ภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เป็นต้น โดยพบว่าในผลของมะขามป้อมมีสารป้องการเกิดออกซิไดซ์ของวิตามินซี ทำให้วิตามินซีไม่เสื่อมสภาพแม้จะถูกความร้อน

  1. ลิ้นจี่

เป็นผลไม้รสชาติหวานหอมที่อุดมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุ โดยเฉพาะวิตามินบี 1 ที่ช่วยป้องกันอาการเหน็บชา นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงหลอดเลือด แกระดูก และฟัน ซึ่งลิ้นจี่ 100 กรัม มีวิตามินซีถึง 71.5 มิลลิกรัม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: เสริมภูมิคุ้มกันต้านไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ด้วยการทานผักผลไม้ใกล้ตัว

วิตามินซีมีประโยชน์สำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและเรื่องผิวพรรณที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่ควรกินวิตามินซีมากเกินไป ซึ่งปริมาณวิตามินซีที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน จะมีความแตกต่างกันไปตามอายุหรือความเหมาะสมแต่ละคน นอกจากนี้การกินวิตามินจากผัก และผลไม้จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินจากแหล่งธรรมชาติที่ดี แต่ต้องระมัดระวังเรื่องของสารเคมีจากการเพาะปลูกให้ดี ดังนั้นก่อนนำมากินทุกครั้งควรนำไปล้างให้สะอาดอย่างถูกวิธี และนำไปประกอบอาหารให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้สารอาหารรวมถึงวิตามินซีเสื่อมสภาพได้

ที่มา : www.gedgoodlife.com และ www.pri.moph.go.th