6 สูตรขนมไทยจากกล้วย ทำกินเองได้ ที่สายหวานห้ามพลาด

“กล้วย” ผลไม้พื้นบ้านสารพัดประโยชน์ที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยรสชาติหวานละมุนจากธรรมชาติ เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ และกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้กล้วยกลายเป็นวัตถุดิบหลักในการเนรมิตขนมไทยได้สารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการต้ม ปิ้ง ทอด นึ่ง หรือเชื่อม ซึ่งแต่ละวิธีก็มอบรสชาติ และเสน่ห์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ความพิเศษของขนมจากกล้วย คือวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในราคาเป็นมิตร แถมยังมีขั้นตอนการทำที่ไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากลองทำทานเองในครอบครัว หรือจะต่อยอดทำขายเป็นรายได้เสริมก็ปังไม่แพ้กัน ในบทความนี้เราก็มี 6 สูตรขนมไทยจากกล้วยที่สายหวานตัวจริงห้ามพลาด มาฝากกันแบบเน้น ๆ พร้อมเคล็ดลับความอร่อยที่ทำตามได้จริง จะมีเมนูไหนบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

กล้วยบวชชี

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pholfoodmafia.com/

กล้วยบวชชี กล้วยบวชชีเป็นขนมไทยรสหวานมันที่ทำจากกล้วยน้ำว้าห่ามต้มในน้ำกะทิปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือเล็กน้อยเพื่อให้ได้รสกลมกล่อม เนื้อกล้วยจะนุ่มแต่ไม่เละเมื่อเลือกความสุกที่พอดี กะทิที่เคี่ยวกับใบเตยช่วยเพิ่มกลิ่นหอมละมุน รสชาติหวานมันเค็มตัดกันเล็กน้อยทำให้ทานได้เรื่อย ๆ จะเสิร์ฟร้อน ๆ เพื่อสัมผัสความหอมชัดเจน หรือแช่เย็นก่อนทานก็ให้ความสดชื่นไปอีกแบบ เหมาะเป็นของหวานหลังมื้ออาหาร หรือของว่างยามบ่าย

วัตถุดิบ

  • กล้วยน้ำว้า 8 ลูก (ใช้กล้วยที่ไม่สุกมาก มีความห่าม ๆ )
  • หัวกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • หางกะทิ 300 มิลลิลิตร
  • ใบเตย 2-3 ใบ
  • น้ำตาลปี๊บ 40 กรัม
  • น้ำตาลทรายขาว 30 กรัม
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำกล้วยน้ำว้า 8 ลูก ไปนึ่งในน้ำเดือด ประมาณ 3-5 นาที จนกระทั่งผิวของกล้วยเริ่มแตก แล้วปิดไฟ
  2. นำกล้วยออกมาปอกเปลือก หั่นออกเป็นชิ้นพอดีคำ
  3. นำหางกะทิไปต้มในหม้อก่อน แล้วจึงใส่ใบเตยลงไป ขยำ ๆ ก่อนเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น
  4. เมื่อหางกะทิเริ่มเดือดให้ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทรายขาว และเกลือตามลงไป ปรับได้ตามใจชอบ
  5. เมื่อน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือละลายดีแล้วให้ใส่กล้วยที่หั่นไว้ลงไป
  6. เมื่อน้ำหางกะทิเริ่มเดือด ให้ใส่หัวกะทิลงไปผสมกัน คนเบา ๆ และพักทิ้งไว้ให้น้ำกะทิเดือด
  7. กล้วยควรจะยังแข็งนิด ๆ  จากนั้นปิดไฟ ยกลงจากเตา พร้อมเสิร์ฟ

 

กล้วยปิ้งราดน้ำกะทิ

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pholfoodmafia.com/

กล้วยปิ้งราดน้ำกะทิ เป็นเมนูที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมจากการปิ้งไฟอ่อนจนผิวด้านนอกมีรอยไหม้บาง ๆ แล้วกดแผ่เล็กน้อยเพื่อให้สุกทั่วถึง เนื้อด้านในยังคงนุ่มหวานตามธรรมชาติ จากนั้นราดด้วยน้ำกะทิที่เคี่ยวกับน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือจนข้นเงา ได้รสหวานหอมมันอย่างลงตัว เหมาะทำทานเล่น หรือจัดเสิร์ฟเป็นของว่างสไตล์ไทย ๆ

วัตถุดิบ

  • กล้วยน้ำว้าห่าม 6–8 ลูก (เลือกที่เปลือกเริ่มเหลือง เนื้อแน่น ไม่เละ)
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา (ละลายน้ำเล็กน้อย สำหรับให้ข้น)
  • ใบเตย 1–2 ใบ (มัดเป็นปม)

วิธีทำ

  1. ปอกกล้วย แล้วบั้งเล็กน้อยบนผิวกล้วย ให้ความร้อนเข้าเนื้อ ปิ้งบนเตาถ่าน กระทะเทฟลอน หรือหม้อทอดไร้น้ำมัน ใช้ไฟกลาง
  2. กลับทุกด้านจนผิวไหม้เกรียมเล็กน้อย และมีกลิ่นหอม ประมาณ 10–15 นาที
  3. ทำน้ำราดกะทิ ใส่หัวกะทิ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย เกลือ ใบเตย ลงในหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนส่วนผสมละลาย และมีกลิ่นหอม
  4. เติมแป้งข้าวเจ้าละลายน้ำ คนให้เข้ากันจนข้นเล็กน้อย ยกออกจากเตา พักให้อุ่น
  5. บีบหรือกดกล้วยที่ปิ้งแล้วให้แบนเล็กน้อย จัดใส่จาน แล้วราดด้วยน้ำกะทิร้อน ๆ ถ้าชอบ หวานจัด สามารถราดน้ำตาลเคี่ยวเข้มข้นก่อน แล้วค่อยราดกะทิซ้ำอีกชั้นได้

 

กล้วยฉาบ

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.kp-sugargroup.com/

กล้วยฉาบ ป็นของว่างที่ให้สัมผัสกรอบ เคี้ยวเพลิน ทำจากกล้วยดิบฝานบางแล้วทอดในน้ำมันร้อนปานกลางจนเหลืองกรอบ ก่อนนำไปเคลือบน้ำเชื่อมบาง ๆ สำหรับรสหวาน หรือโรยเกลือเล็กน้อยสำหรับรสเค็ม ความกรอบของแผ่นกล้วยตัดกับรสหวานเคลือบด้านนอกอย่างพอดี ทำให้ทานแล้วหยุดยาก จุดเด่นคือสามารถทำครั้งละมาก ๆ แล้วเก็บใส่ภาชนะปิดสนิทไว้ทานได้นาน เหมาะทั้งเป็นของทานเล่นในบ้าน และทำขายสร้างรายได้

วัตถุดิบ

  • กล้วยน้ำว้าห่าม 1 หวี
  • น้ำตาลทราย 500 กรัม
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • น้ำมันสำหรับทอด
  • มะนาว 2 ลูก
  • น้ำเปล่า ¼ ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. นำกล้วยน้ำว้าห่ามมาปอกเปลือก แล้วแช่ในน้ำผสมน้ำมะนาว เพื่อป้องกันไม่ให้กล้วยดำ
  2. ตั้งน้ำมันให้ร้อน เอากล้วยที่ปอกไว้มาฝานลงไปทอด คอยคนอย่าให้กล้วยติดกัน ทอดจนสุกเหลือง แล้วตักขึ้นพักไว้
  3. ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่น้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเปล่า เคี่ยวให้ละลายเป็นผลึกเล็กน้อย แล้วนำไปราดลงกล้วยที่ทอดไว้ คลุกให้เข้ากัน

 

กล้วยเชื่อมแดง

ขอบคุณรูปภาพจาก https://krua.co/

กล้วยเชื่อมแดง มีเอกลักษณ์ที่สีแดงใสเงาจากน้ำตาลเคี่ยวจนได้ที่ โดยใช้กล้วยน้ำว้าห่ามต้มในน้ำเชื่อมที่เดือดจัดโดยไม่คนบ่อยเพื่อรักษารูปทรงให้สวยงาม เมื่อเชื่อมจนซึมเข้าเนื้อ กล้วยจะเหนียวนุ่ม และหวานชัดเจน มีกลิ่นหอมของน้ำตาลไหม้อ่อน ๆ นิยมเสิร์ฟคู่กับกะทิสดราดหน้าเพื่อเพิ่มความมัน และช่วยตัดรสหวาน ทำให้ได้รสสัมผัสที่เข้มข้น และกลมกล่อมมากขึ้น

วัตถุดิบ

  • กล้วยน้ำว้าห่าม 1 หวี
  • น้ำตาลทรายสีทอง ½ ถ้วยตวง
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า 1½ ลิตร
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
  • กะทิ 1 ถ้วยตวง
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ปอกเปลือกกล้วย แล้วหั่นเป็นสองส่วน นำลงต้มในน้ำเดือดพร้อมกับใบเตย ต้มไว้ประมาณ 15 นาที
  2. หลังจากต้ม 15 นาทีแล้ว ใส่น้ำตาลทรายสีทอง และน้ำตาลปี๊บลงไป ตั้งไฟให้เดือด ช้อนฟองออก แล้วปรับเป็นไฟกลางค่อนอ่อน ตั้งเชื่อมไว้ ประมาณ 2 ชั่วโมง
  3. เมื่อกล้วยเริ่มเปลี่ยนสี ให้ใส่น้ำมะนาวลงไป เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำตาลตกผลึก
  4. เมื่อน้ำเริ่มงวดปรับเป็นไฟอ่อน เชื่อมต่อจนกล้วยเปลี่ยนเป็นสีแดง จึงยกขึ้นพักไว้
  5. ทำกะทิราด โดยการต้มกะทิ ใส่เกลือ และแป้งข้าวเจ้าลงไป คนให้กะทิพอข้น แล้วนำไปราดบนกล้วยที่เชื่อมไว้

 

ข้าวต้มมัด

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.facebook.com/อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 

ขนมไทยยอดฮิตที่ให้ทั้งความอร่อย และอิ่มท้องแบบเน้น ๆ โดดเด่นด้วยเนื้อข้าวเหนียวเขี้ยวงูที่นำไปผัดกับกะทิสด และน้ำตาลจนข้นมัน เมล็ดข้าวเงาสวยหอมมันเค็มตัดกับความหวานฉ่ำของกล้วยน้ำว้าสุกงอมที่ซ่อนอยู่ด้านใน เสริมเนื้อสัมผัสด้วยถั่วดำต้มสุกที่เคี้ยวมันสู้ฟัน เมื่อนำไปห่อใบตอง และนึ่งจนสุก กลิ่นหอมละมุนจากใบตองจะซึมลึกเข้าสู่เนื้อขนม กลายเป็นของว่าง หรืออาหารเช้าแบบไทย ๆ ที่ทั้งอิ่ม และอร่อย

วัตถุดิบ

  • กล้วยน้ำว้า 1 หวี
  • ข้าวเหนียวเขี้ยวงูแช่น้ำ 1 ถ้วย
  • กะทิ 650 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 150 กรัม
  • เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
  • ใบเตย 2 ใบ
  • ถั่วดำต้มสุก ¼ ถ้วย

วิธีทำ

  1. ปลอกกล้วยน้ำว้า หั่นเป็นสองส่วน หรือสี่ส่วนตามใจชอบ
  2. นำหม้อขึ้นตั้งไฟเบา เทกะทิลงไป ตามด้วยใบเตย และรอจนเดือด
  3. ใส่ข้าวเหนียวเขี้ยวงูแช่ลงไป ผัดจนข้าวเกือบสุก และเหลือน้ำกะทิขลุกขลิก
  4. ใส่น้ำตาลทราย และเกลือลงไป ผัดต่อจนละลาย จากนั้นยกออกพักไว้ให้เย็น
  5. ตัดใบตองเป็น 2 แผ่น โดยใบตองแผ่นแรก ตักข้าวใส่ลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยกล้วยน้ำว้า 1 ส่วน และถั่วดำเล็กน้อย ม้วนพับใบตองประกบกัน
  6. นำใบตองแผ่นที่สองมาห่อทับ โดยเอาด้านตะเข็บของใบตองอันแรกลงไปม้วน และพับหัวท้ายเข้าหากัน
  7. นำข้าวต้มมัด 2 ชิ้นมาประกบกัน และมัดด้วยตอกให้แน่น ทำจนครบทุกชิ้น
  8. นำไปเรียงบนลังถึง และนึ่งจนสุก ใช้เวลาประมาณ 25 นาที พร้อมเสิร์ฟ

 

ขนมกล้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.fnthaidairies.com/

ขนมกล้วย เป็นขนมเนื้อนุ่มที่ทำง่ายจากกล้วยน้ำว้าสุกบดผสมกับแป้ง น้ำตาล และกะทิ แล้วเทใส่ถ้วย หรือห่อใบตอง โรยมะพร้าวขูดก่อนนำไปนึ่งจนสุก เมื่อสุกแล้วจะได้เนื้อขนมที่นุ่มชุ่ม เหนียวเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมของกล้วยชัดเจน รสชาติหวานกำลังดี ไม่หนักจนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่ชอบขนมไทยเนื้อสัมผัสละมุน ทานคู่กับชา กาแฟ หรือเสิร์ฟในงานเลี้ยงก็ลงตัว

วัตถุดิบ

  • กล้วยน้ำว้า 10 ลูก
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
  • แป้งมัน ¼ ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย 1 ¼ ถ้วยตวง
  • เกลือป่น ½ ช้อนชา
  • หัวกะทิ ½ ถ้วยตวง
  • เนื้อมะพร้าวขูด 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  1. บดกล้วยน้ำว้าให้ละเอียด นำส่วนผสมทุกอย่างใส่ลงไปในชามผสม เหลือเนื้อมะพร้าวไว้ ¼ ถ้วย เพื่อเอาไว้โรยหน้าในตอนท้าย
  2. นวดส่วนผสมทั้งหมดด้วยมือจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. ตักส่วนผสมลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วนำมะพร้าวขูดที่เหลือโรยบนหน้าขนม
  4. นำไปนึ่ง 30 นาที บนน้ำเดือด เสร็จแล้วยกลงจากหม้อนึ่ง จัดขนมกล้วยใส่จานเสิร์ฟได้

 

สรุป

ขนมไทยจากกล้วยทั้ง 6 เมนูนี้ สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ และความหลากหลายของวัตถุดิบพื้นบ้านที่สามารถดัดแปลงได้สารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเมนูต้มที่หอมมันอย่างกล้วยบวชชี, เมนูปิ้งหอมกรุ่นอย่างกล้วยปิ้ง, ความกรอบเคลือบหวานของกล้วยฉาบ, ความหวานเข้มข้นเงางามของกล้วยเชื่อม, หรือเมนูนึ่งสุดคลาสสิกอย่าง ข้าวต้มมัด และขนมกล้วย

โดยแต่ละเมนูล้วนมีรสชาติ และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใครที่เป็นสายหวานหรืออยากเริ่มต้นลองทำขนมไทยด้วยตัวเอง ลองเลือกเมนูที่ชอบแล้วลงมือทำดูนะคะ รับรองว่านอกจากจะได้ความอร่อย และกลิ่นอายความเป็นไทยแบบเต็ม ๆ แล้ว คุณยังจะภูมิใจกับฝีมือปลายจวักของตัวเองแน่นอนค่ะ